ufa8888

เมียศรราม

อดีต”เมียศรราม” ยอมรับผิดติดพนัน รํ่าไห้โฮ-ออกโทรทัศน์ (คลิป)

ยอดวิว : 106

จบไม่สวย! “ติ๊ก” อดีตเมียหนุ่ม-ศรราม ยอมเปิดใจทั้งน้ำตากลางรายการดัง สาเหตุหย่าร้างเพราะมีหนี้พอกพูน ส่วนหนึ่งมาจากเล่นการพนัน ยอมรับทุกอย่างที่เคยเป็นข่าว ทั้งเงินหายไปจากบัญชีฝ่ายชายหลายแสนบาท ฮุบเงินค่าตัวกว่าครึ่งแสน รวมถึงขายเครื่องประดับทองที่ผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงให้ลูกสาว หนำซ้ำที่ผ่านมาฝ่ายชายตามใช้หนี้ให้มาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ตอนนี้ได้แต่ก้มหน้ารับผิด เพราะคิดถึงลูก

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากแฟนคลับและคนในสังคมมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อพระเอกคนดัง หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ กับอดีตภรรยา ติ๊ก-กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ หรือติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ เปิดศึกสาดโคลนหลังฝ่ายชายประกาศยุติความเป็นสามีภรรยาด้วยการโชว์ใบหย่า แต่ไม่ได้เผยสาเหตุที่ต้องหย่าร้างกัน และหลังจากนั้น ติ๊ก-กนิษฐรินทร์ ก็โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียลในลักษณะตอบโต้ฝ่ายชาย จนเรื่องทำท่าจะลุกลามใหญ่โต แต่ในที่สุด อดีตภรรยาของหนุ่ม-ศรราม ก็ออกมายอมรับความจริงและเผยสาเหตุของการหย่าร้างในครั้งนี้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ติ๊ก-กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ หรือติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ได้ไปออก

รายการ “โหนกระแส” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่มี หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ ยอมเปิดใจหมดเปลือกทั้งน้ำตา ยอมรับว่าหย่ากับหนุ่ม-ศรราม นานแล้ว และในวันที่หนุ่ม-ศรราม โพสต์ใบหย่าพร้อมประกาศเรื่องหย่าให้ทุกคนรู้นั้น รู้สึกเจ็บปวดมาก เพราะที่ผ่านมาแม้จะหย่ากันแล้วแต่ก็อยู่ด้วยความรักและเข้าใจ พร้อมรับว่าได้ออกจากบ้านมาเป็นวันที่ 11 แล้ว ก่อนหน้านี้ที่โพสต์รูปน้องวีจิ ลูกสาวนั้น เป็นเพราะคิดถึงลูกอยากเจอลูก ไม่รู้ว่าจะได้เจอลูกอีกวันไหน ซึ่งเมื่อกล่าวถึงตอนนี้ติ๊กก็สุดที่จะกลั้นน้ำตา ปล่อยโฮ ร่ำไห้ออกมากลางรายการ

เมื่อหนุ่ม-กรรชัย ผู้ดำเนินรายการถามว่าได้ติดต่อพูดคุยกับหนุ่มบ้างหรือไม่ ติ๊กกล่าวว่า ช่วง 2 วันแรกยังคุยกันปกติ พอวันที่ 3-4 หนุ่มบอกว่าให้ตนไปคุยกับทนาย แต่ถ้าคุยกับลูกสาว อนุญาตให้วิดีโอคอลคุยได้ ต่อมาหลังจากนั้นตนก็บล็อกไลน์และเบอร์โทรศัพท์ของหนุ่มทั้งหมด เพราะคิดว่าถ้าเราไม่สามารถคุยกันเองได้แล้ว จากนี้คุยผ่านทนายก็ได้ ส่วนที่เมื่อเดือน ม.ค.63 บอกว่าเรื่องหย่าเป็นการแก้เคล็ดนั้น คือตนมีพระที่เคารพรูปหนึ่ง ท่านอยากให้ตนคืนดีกับหนุ่ม จึงแนะนำว่าให้ข่าวแบบนี้ ตนจึงพูดไปแบบนั้น และอีกอย่างรายละเอียดอื่นๆ ตนก็ไม่สามารถพูดได้หมด แต่ยอมรับว่าสาเหตุที่หย่าแท้จริงนั้นเป็นเพราะมีปัญหา ไม่ใช่เป็นการแก้เคล็ด

สำหรับเรื่องหนี้สินนั้น ติ๊กเผยว่า ตอนคบกันใหม่ๆ ตนมีหนี้ราว 3 แสนบาท ต่อมามีหนี้อีกก้อนที่ตนปล่อยจนถูกยึดรถมอเตอร์ไซค์ แล้วต่อมาก็ถูกยึดบ้านยึดหลักทรัพย์อื่นๆ ตอนแรกๆหนุ่มก็ความรู้สึกพังเหมือนกัน แต่เขายอมช่วยจ่ายหนี้ให้

“ตอนพี่เขาเข้ามาในชีวิตหนูบอกเรื่องหนี้พี่หนุ่มเขาดีมาก ใช้หนี้ให้หนูตลอด ปัญหาเกิดเพราะหนูเอง ตอนแรกๆหนี้ที่หนูบอกพี่หนุ่มไปก็ไม่ได้บอกทั้งหมด เพราะหนูคิดว่าตอนนั้นเราไม่ได้คิดจะแต่งงานกัน พี่หนุ่มก็ช่วยหนู แต่ตอนแต่งกันแล้ว หนูก็ยังไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด เพราะคิดว่าเราอยู่กันอย่างนี้ไปแล้วเมื่อหนูทำงานหนูก็จะเอาเงินมาจ่ายหนี้หนูเองได้ แต่มีเจ้าหนี้มาทวง 2 คนพร้อมกัน และใช้คำว่าถ้าไม่ให้ เขาจะบอกนักข่าวบ้าง บอกพี่หนุ่มบ้าง หนูเลยลองขอเงินกับพี่หนุ่ม” ติ๊กกล่าวทั้งน้ำตา

อดีตภรรยาของหนุ่ม-ศรราม เล่าต่อว่าตอนแรกตนฝากแบงก์สะสม 2 ปี ปีละ 2.7 แสนบาท ตนฝากไปได้ 2 ปี แต่ตอนหลังไม่มีเงิน เลยไปยืมคนสองคน ไม่ใช่เป็นกู้นอกระบบ แต่ยอมรับว่าหมุนเงินแบบผิดๆ จนไม่สามารถหมุนได้อีก ที่ผ่านมาพี่หนุ่มใช้หนี้ให้ทุกครั้ง แต่เชื่อว่าความรู้สึกพี่หนุ่มคงจะพังเพราะเกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่จบสักที ตนเป็นฝ่ายผิดเอง

เมื่อถูกถามถึงเรื่องการเล่นพนัน อดีตภรรยาหนุ่ม-ศรราม ที่ร่ำไห้ออกมาเป็นระยะกล่าวยอมรับตรงๆ ว่าเล่น เมื่อตนหาเงินใช้หนี้ไม่ได้ก็ไปหายืมจากคนรอบข้างจนมีคนไปบอกพี่หนุ่ม ครั้งล่าสุดนี้ตนโดนเร่งรัดให้ใช้หนี้รายละแสนสองแสนบาท เลยต้องใช้วิธีกดเงินจากเอทีเอ็มของพี่หนุ่มไป เพราะตนรู้รหัสเอทีเอ็มอยู่แล้ว จนกลายเป็นข่าวที่พี่หนุ่มไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก

ติ๊กกล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า การที่ตนออกมายอมรับกับสังคมในตอนนี้ แสดงว่าตนกล้ายอมรับความผิด ฉะนั้นเรื่องทุกเรื่องตนไม่ได้โกหก วันนั้นที่ตนกดเงินไปครั้งละ 1 แสนบาท 2 ครั้ง และ 5 หมื่นบาท 2 ครั้ง ไม่น่าจะถึง 5 แสนแน่นอน เต็มที่เลยประมาณ 4 แสนบาท ไม่ถึง 5 แสน ทุกอย่างได้คุยกับพี่หนุ่มหมดแล้ว ขั้นตอนแรกเคลียร์กันจบแล้ว แต่พี่หนุ่มน่าจะไม่รู้ตอนไปหาหลักฐานที่สถานีตำรวจ เพราะวันที่พี่หนุ่มเดินกลับมาบ้าน พี่หนุ่มบอกว่าเงินหาย ตนก็บอกว่าตนเป็นคนเอามาเอง สิ่งที่ตนพูดมีอีกคนก็ได้ยิน แต่พี่หนุ่มก็ทำเหมือนได้ยินและไปดำเนินคดี ซึ่งตอนแรกพี่หนุ่มก็จะเอาเรื่อง แต่สุดท้ายเราก็เคลียร์กันด้วยพื้นฐานในความรัก พี่หนุ่มบอกว่ามีอะไรให้พูดกับเขาตรงๆ เราได้คุยกันปรับความเข้าใจกันแล้วว่าตนจะไม่ทำอีก ถ้ามีอะไรต้องใช้จ่ายให้บอกพี่หนุ่มทุกอย่าง

สำหรับเงิน 4 แสนบาทที่กดเอทีเอ็มมานั้น ติ๊กยอมรับว่านำไปใช้หนี้ 2 แสนบาท อีก 2 แสนบาทเอาไปใช้หนี้การพนัน พร้อมอธิบายเงินก้อนนี้เกิดจากตอนที่พี่หนุ่มยังไม่ให้เงิน แล้วตนพยายามหาเงินจากตรงไหนก็ได้เพื่อไปใช้หนี้ให้เจ้าหนี้ 2 รายที่ยืมมา เลยลองไปเล่นการพนัน กลายเป็นว่าเสียไปอีก 2 แสนบาท เลยเอาเงินนี้มาใช้หนี้การพนัน

สำหรับเรื่องคลิปเสียงที่พี่หนุ่มโพสต์ระบุว่าติ๊กฮุบเงินมัดจำค่าจ้างโชว์ตัว จำนวน 5.5 หมื่นบาทไปนั้น ติ๊กก็ยอมรับว่าเอาไปจริงโดยไม่ได้บอกพี่หนุ่ม เอาเงินนั้นไปหมุน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสาเหตุให้พี่หนุ่มให้ตนออกจากบ้าน รวมทั้งทองที่ผู้หลักผู้ใหญ่ให้ลูกสาวก็เอาไปขายจริง แต่เอาไปแค่หนัก 3 บาทเท่านั้น โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะหย่ากัน ส่วนหนี้สินไม่มีอีกแล้ว เพียงแต่ตนอยากไถ่โฉนดที่ดิน 2 แปลงให้พ่อและใช้หนี้ให้พ่อบางส่วน

ถึงตอนนี้ หนุ่ม-กรรชัย กล่าวกับติ๊กว่า ได้คุยกับหนุ่ม-ศรรามแล้ว หนุ่ม-ศรราม บอกว่าที่ทำให้เป็นข่าวขึ้นมาเพราะว่าอยากให้ติ๊กหยุด เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ก็จะหยุดติ๊กไม่ได้ และถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ก็จะไม่มีวันได้เจอหน้าลูกอีกเลย ดังนั้นจึงต้องหยุดติ๊ก เพื่อให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ และสามารถกลับไปดูแลลูกได้ ซึ่งที่ผ่านมาหนุ่มรับไม่ได้ที่มีเจ้าหนี้มาเคาะประตูบ้านเพื่อทวงหนี้ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับลูก ซึ่งเมื่อพิธีกรพูดจบ ติ๊กถึงกับร้องไห้ออกมาอีกครั้งด้วยความสะเทือนใจ

เมื่อพิธีกรถามย้ำอีกครั้งว่าจริงๆแล้วยังมีหนี้อีกหรือเปล่า ติ๊กจึงยอมรับว่าก็ยังมีอีก 4 แสนบาท ที่ต้องคืนให้กับผู้มีพระคุณที่ช่วยตน แต่เขาไม่ได้ทวง ถ้ามีเงินค่อยคืนให้ ซึ่งเรื่องนี้ตนคุยกับพี่หนุ่มแล้ว เขาช่วยมาเยอะแล้ว เขาเองก็ไม่ไหวแล้ว เขาเองแทบไม่เหลืออะไร ไหนจะต้องเก็บเงินไว้ให้ลูก ตนเข้าใจและบอกว่าจะรับผิดชอบเอง ส่วนทองของลูกสาว รวมทั้งแหวน กำไลเพชรยังอยู่ ตนแค่ซ่อนไว้ในกระเป๋า ตนรู้ว่าพี่หนุ่มต้องการเก็บไว้ให้ลูกพร้อมกันนี้ ติ๊กยังโอดครวญทั้งน้ำตาว่า อยากเจอหน้าลูก แค่วันเดียวก็ยังดี “หนูอาจไม่มีประสิทธิภาพความเป็นเมีย แต่หนูมีประสิทธิภาพความเป็นแม่เยอะนะพี่” ติ๊กกล่าวก่อนร้องไห้ออกมาอย่างหนักอีกครั้ง